โครงสร้างพระสุตตันตปิฎก

By on September 28, 2012
รายละเอียดและชื่อย่อหมวดย่อยพระสุตตันตปิฎก

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎก[๑]

พระสุตตันตปิฎก เป็นหมวดที่รวบรวมพระสูตรและพุทธพจน์ไว้ทั้งหมด มีทั้งพระสูตร และเรื่องราวประกอบเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าได้แสดงพระสูตรนี้ ได้มีการแบ่งเป็นหมวดย่อยๆทั้งหมดทั้งหมด ๕ หมวดดังนี้

รายละเอียดและชื่อย่อหมวดย่อยพระสุตตันตปิฎก

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ – ๓๓

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย (เล่มที่ ๙-๑๑)

รวบรวมพระสูตรขนาดยาว รวม ๓๔ สูตร แบ่งเป็น ๓ เล่ม ดังนี้

เล่มที่ทีฆนิกายสีลขันธวรรค

รวบรวมพระสูตรขนาดยาว หมวดที่ว่าด้วยกองศีล ๑๓ พระสูตร มีพรหมชาลสูตร, สามัญญผลสูตร เป็นต้น

เล่มที่ ๑๐ทีฆนิกายมหาวรรค

รวบรวมพระสูตรขนาดยาว หมวดที่ว่าด้วยเรื่องใหญ่ๆ ๑๐ พระสูตร มีมหาสติปัฏฐานสูตร มหาปรินิพพานสูตร เป็นต้น

เล่มที่ ๑๑ทีฆนิกายปาฏิกวรรค

รวบรวมพระสูตรขนาดยาว ๑๑ พระสูตร เรียกชื่อเล่มตามพระสูตรแรกในเล่มคือ ปาฏิกสูตร

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎกมัชฌิมนิกาย (เล่มที่ ๑๒๑๔)

รวบรวมพระสูตรความยาวขนาดกลาง รวม ๑๕๒ สูตร แบ่งเป็น ๓ เล่ม ดังนี้

เล่มที่ ๑๒มัชฌิมนิกายมูลปัณณาสก์

รวบรวมพระสูตรขนาดกลาง๕ วรรค วรรคละ ๑๐ พระสูตร นำด้วยมูลปริยายสูตร

เล่มที่ ๑๓มัชฌิมนิกายมัชฌิมปัณณาสก์

รวบรวมพระสูตรขนาดกลาง ๕ วรรค วรรคละ ๑๐ พระสูตร แบ่งวรรคตามประเภทบุคคล เช่น คหปติวรรค เป็นพระสูตรว่าด้วย คฤหบดี หรือผู้ครองเรือน, ปริพาชกวรรค เป็นพระสูตรว่าด้วยปริพาชก เป็นต้น

เล่มที่ ๑๔มัชฌิมนิกายอุปริปัณณาสก์

รวบรวมพระสูตรขนาดกลาง ๕ วรรค รวม ๕๒ พระสูตร นำด้วยเทวทหสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์ในเทวทหนิคม

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎกสังยุตตนิกาย (เล่มที่ ๑๕๑๙)

รวบรวมพระสูตรโดยประมวลเรื่องเข้าไว้เป็นหมวดหมู่ รวม ๗,๗๖๒ สูตร แบ่งเป็น ๕ เล่ม ดังนี้

เล่มที่ ๑๕สังยุตตนิกายสคาถวรรค

รวบรวมพระสูตร ๑๑ สังยุตต์ เป็นพระสูตรที่มีคาถา หรือคาสอนเป็นบทกวีสอนบุคคลต่างๆ แบ่งตามบุคคล และสถานที่ เช่น เทวตาสังยุตต์ ประมวลพระสูตรที่ทรงสอนเทวดา, มารสังยุตต์ ประมวลพระสูตรที่ทรงสอนมาร เป็นต้น

เล่มที่ ๑๖สังยุตตนิกายนิทานวรรค

รวบรวมพระสูตร ๙ สังยุตต์ ที่ว่าด้วยเหตุปัจจัยแห่งการเวียนว่ายตายเกิด (ปฏิจจสมุปบาท)

เล่มที่ ๑๗สังยุตตนิกายขันธวารวรรค

รวบรวมพระสูตร ๑๓ สังยุตต์ เป็นพระสูตรว่าด้วยเรื่องขันธ์ ๕ รูปและนาม ในแง่มุมต่างๆ

เล่มที่ ๑๘สังยุตตนิกายสฬายตนวรรค

รวบรวมพระสูตร ๑๐ สังยุตต์ เป็นพระสูตรว่าด้วยเรื่องอายตนะ ๖ ตามแนวไตรลักษณ์

เล่มที่ ๑๙สังยุตตนิกายมหาวารวรรค

รวบรวมพระสูตร ๑๒ สังยุตต์ เป็นพระสูตรว่าด้วยเรื่องใหญ่ๆที่สำคัญ คือ โพธิปักขิยธรรม มี มรรค, โพชฌงค์, สติปัฏฐาน เป็นต้น

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎกอังคุตตรนิกาย (เล่มที่ ๒๐๒๔)

รวบรวมพระสูตรโดยประมวลตามจำนวนข้อของหลักธรรม รวม ๙,๕๕๗ สูตร แบ่งเป็น ๕ เล่ม ดังนี้

เล่มที่ ๒๐อังคุตตรนิกายเอก-ทุก-ติกนิบาต

รวบรวมพระสูตรที่ว่าด้วยหลักธรรมที่มีจำนวน ๑, ๒, ๓ ข้อ เช่น เอตทัคคปาลิ (บาลีว่าด้วยเอตทัคคะ), การบูชา ๒ อย่าง (ให้อามิส กับให้ธรรม) และ ทุจริต ๓ (ทุจริตทางกาย วาจา ใจ) เป็นต้น

เล่มที่ ๒๑อังคุตตรนิกายจตุกกบาต

รวบรวมพระสูตรที่ว่าด้วยหลักธรรมที่มีจำนวน ๔ ข้อ เช่น จักร ๔, สมาธิภาวนา ๔, ปฏิปทา ๔ เป็นต้น

เล่มที่ ๒๒อังคุตตรนิกายปัญจก-ฉักกบาต

รวบรวมพระสูตรที่ว่าด้วยหลักธรรมที่มีจำนวน ๕,๖ ข้อ เช่น กำลัง ๕ ของพระเสขะ, อานิสงส์ ๕ ของการเดินจงกรม เป็นต้น

เล่มที่ ๒๓อังคุตตรนิกายสัตตก-อัฏฐก-นวกบาต

รวบรวมพระสูตรที่ว่าด้วยหลักธรรมที่มีจำนวน ๗, ๘, ๙ ข้อ เช่น สังโยชญ์ ๗, อานิสงส์ ๘ ของเมตตา, พระอรหันต์ย่อมไม่ทำการ ๙ อย่าง เป็นต้น

เล่มที่ ๒๔อังคุตตรนิกายทสก-เอกาทสกนิบาต

รวบรวมพระสูตรที่ว่าด้วยหลักธรรมที่มีจำนวน ๑๐, ๑๑ ข้อ เช่น ประโยชน์ ๑๐ ประการที่ทรงบัญญัติสิกขาบท, อานิสงส์ ๑๑ ของเมตตาเจโตวิมุติ เป็นต้น

โครงสร้างพระสุตตันตปิฎกขุททกนิกาย (เล่ม๒๕๓๓)

รวบรวมพระสูตรเบ็ดเตล็ด, ภาษิตพระสาวก และชาดก แบ่งเป็น ๙ เล่ม ดังนี้

เล่มที่ ๒๕ขุททกนิกาย

รวบรวมพระสูตรเบ็ดเตล็ดต่างๆ แบ่งเป็น ๕ หมวดย่อย ดังนี้

๑. ขุททกปาฐะ – บทสวดเล็กๆ เช่น สรณคมนะ, ทสสิกขาบท, มงคลสูตร เป็นต้น

๒. ธัมมปทคาถา – ธรรมบท คือ สุภาษิตสั้นๆ รวม ๔๒๓ บท

๓. อุทาน – พุทธภาษิต แบ่งเป็นหมวดหมู่ตามเหตุการณ์

๔. อิติวุตตกะ – เป็นข้อความที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ แบ่งเป็นหมวดหมู่ตามจำนวนข้อ

๕. สุตตนิบาต – พระสูตรเบ็ดเตล็ด แบ่งเป็น ๕ วรรคย่อย

เล่มที่ ๒๖ขุททกนิกาย

รวบรวมพระสูตรต่างๆ แบ่งเป็นหมวดหมู่ย่อย ๔ หมวด ดังนี้

๑. วิมานวัตถุ – รวบรวมการถามตอบระหว่างพระมหาโมคคัลลานะ และเทพบุตร เทพธิดา ว่าด้วยเรื่องเหตุอย่างไร ทำให้ได้วิมานอย่างไร

๒. เปตวัตถุ – ว่าด้วยเหตุที่ทำให้ไปเกิดเป็นเปรตในสภาวะต่างๆ

๓. เถรคาถา – รวบรวมภาษิตเตือนใจภิกษุ

๔. เถรีคาถา – รวบรวมภาษิตเตือนใจภิกษุณี

เล่มที่ ๒๗ขุททกนิกายชาดก

ภาคแรกของชาดก รวบรวมชาดกเรื่องสั้นๆ ๕๒๕ เรื่อง เล่าเรื่องการที่พระพุทธเจ้าทรงเวียนว่ายตายเกิด บำเพ็ญบารมีมาในชาติต่างๆ

เล่มที่ ๒๘ขุททกนิกายชาดก

ภาคที่สองของชาดก รวมชาดกเรื่องยาว ๒๒ เรื่อง รวมถึงชาดกทศชาติ คือการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ก่อนการตรัสรู้

เล่มที่ ๒๙ขุททกนิกายมหานิเทส

รวบรวมภาษิตพระสารีบุตร ซึ่งเป็นคำอธิบายพระสูตรโดยพระสารีบุตร ๑๖ พระสูตร

เล่มที่ ๓๐ขุททกนิกายจูฬนิเทส

รวบรวมภาษิตพระสารีบุตร ต่อจากเล่มที่ ๒๙ ซึ่งเป็นคำอธิบายพระสูตรโดยพระสารีบุตร ๑๗ พระสูตร

เล่มที่ ๓๑ขุททกนิกายปฏิสัมภิทามรรค

ภาษิตพระสารีบุตร ซึ่งเป็นคำอธิบายพระสูตรที่เกี่ยวกับทางแห่งความแตกฉาน โดยพระสารีบุตร มี มหาวรรค (เรื่องใหญ่ๆ ๑๐ เรื่อง), ยุคนัทธวรรค (เรื่องสมถะและวิปัสนา ๑๐ เรื่อง) และ ปัญญาวรรค (ว่าด้วยปัญญา ๑๐ เรื่อง)

เล่มที่ ๓๒ขุททกนิกายอปทาน

รวบรวมประวัติการบำเพ็ญความดีงามของพระพุทธเจ้า, พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวก

เล่มที่ ๓๓ขุททกนิกายอปทาน

ว่าด้วยเรื่องของพุทธวังสะ (วงศ์ของพระพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์), พุทธจริยา และการบาเพ็ญบารมีในชาติต่างๆ

พระสูตรใดเป็นพระสูตรแรกในพระสุตตันตปิฎก?

พระสูตรในพระสุตตันตปิฎกมิได้ถูกเรียบเรียงตามกาลเวลาที่พระสูตรถูกแสดง แต่ถูกจัดเรียบเรียงเป็นหมวดหมู่ตามความเหมาะสม พระสูตรแรกที่ถูกแสดงไว้ในพระสุตตันตปิฎกคือ “พรหมชาลสูตร” อยู่ใน พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เป็นพระไตรปิฎกเล่มที่ ๙

พรหมชาลสูตร (สูตรว่าด้วยข่ายอันประเสริฐ)[๒]

พรหมชาลสูตรพรหมชาลสูตรเป็นพระสูตรขนาดยาวสูตรแรกในพระสุตตันตปิฎก เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสั่งสอนเหล่าภิกษุหลังจากเหล่าภิกษุได้สนทนากันเรื่องที่สุปปิยปริพาชกได้กล่าวติเตียนพระรัตนตรัย และพรหมทัตมาณพผู้เป็นศิษย์ได้กล่าวสรรเสริญพระรัตนตรัย เป็นพระสูตรขนาดยาวจำนวนหลายหน้า ซึ่งสามารถสรุปใจความสำคัญได้เป็น ๕ ส่วนดังนี้

  • มิให้โกรธเมื่อมีผู้ติเตียนพระรัตนตรัย และมิให้ยินดีเมื่อมีผู้สรรเสริญพระรัตนตรัย
  • กล่าวถึงรายละเอียดของ จูฬศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล (ศีลอย่างเล็กน้อย, อย่างกลาง และอย่างใหญ่)
  • รายละเอียดของทิฏฐิ ๖๒ ประการ (ปรารภเบื้องต้น ๑๘, เบื้องปลาย ๔๔)
  • ทรงตรัสว่าผู้ที่มีทิฏฐิ ๖๒ ประการนี้ ย่อมได้เสวยอารมณ์จากอายตนะทั้ง ๖ มีความยึดมั่นถือมั่นดังปลาที่ติดอยู่ในข่าย
  • สุดท้ายแล้ว จึงทรงตรัสว่าตถาคตเป็นผู้ถอนตัณหาอันจะทาให้ติดอยู่ในภพได้แล้ว

เหตุใดจึงต้องนำพรหมชาลสูตรมาแสดงไว้เป็นพระสูตรแรกในพระสุตตันตปิฎก?

ทำไมพรหมชาลสูตรเป็นพระสูตรแรกมีข้อสังเกตุว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดง ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรไว้เป็นพระสูตรแรก หลังตรัสรู้ เหตุใดจึงไม่นำธัมมจักกัปปวัตตนสูตรมาแสดงเป็นพระสูตรแรกในพระสุตตันตปิฎก แต่กลับนำพรหมชาลสูตรมาแสดงไว้เป็นพระสูตรแรก

การเรียบเรียงลำดับของพระสูตรเช่นนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลอันลึกซึ้งซึ่งพระอรหันต์ทั้งหลายที่ได้ร่วมกันทำการสังคายนาได้พิจารณาไว้ดีแล้ว ในที่นี้จะขอวิเคราะห์เหตุผลการนำพรหมชาลสูตรขึ้นแสดงเป็นพระสูตรแรก โดยพิจารณาตามหัวข้อสำคัญในพระสูตรไปตามลำดับ ดังนี้

  • มิให้โกรธเมื่อมีผู้ติเตียนพระรัตนตรัย และมิให้ยินดีเมื่อมีผู้สรรเสริญพระรัตนตรัย
    • เป็นการเปิดใจผู้เริ่มศึกษาพระพุทธศาสนาได้ว่าพระพุทธเจ้ามิได้ทรงต้องการการสรรเสริญหรือยอมรับ มิได้ทรงโกรธหากมีผู้ไม่ยอมรับ ไม่บังคับให้ศรัทธา หากแต่มีเหตุและผลให้ไปพิจารณาเอง
  • จูฬศีล, มัชฌิมศีล, มหาศีล (ศีลอย่างเล็กน้อย, อย่างกลาง และอย่างใหญ่)
    • เนื่องจากศีลเป็นบาทฐานของการเริ่มฝึกตนในทางพุทธศานาตามหลักของไตรสิกขา พระสูตรเรื่องศีลจึงถูกนามารวมไว้ใน พระสุตตันตปิฎก ทีฑนิกาย สีลขันธวรรค (เล่มที่ ๙) เป็นเล่มแรกในหมวดพระสุตตันตปิฎก
  • รายละเอียดทิฏฐิ ๖๒ ประการ (ปรารภเบื้องต้น ๑๘, เบื้องปลาย ๔๔)
    • ชี้แจงความเห็นที่ผิดทั้ง ๖๒ ประการ เป็นการปูพื้นฐานในการศึกษาต่อไป ไม่ให้เข้าใจหรือตีความผิดไปเป็นความเห็นใดใน ๖๒ ประการนี้ เพราะทราบแต่เบื้องต้นแล้วว่าสิ่งใดไม่ใช่ สิ่งใดไม่ถูก
    • เป็นการให้ผู้เริ่มศึกษาได้พิจารณาความเห็นเดิมของตน ว่าอยู่ในขอบข่ายของทิฏฐิ ๖๒ ประการนี้บ้างหรือไม่
  • ทรงตรัสว่าผู้ที่มีทิฏฐิ ๖๒ ประการนี้ ย่อมได้เสวยอารมณ์จากอายตนะทั้ง ๖ มีความยึดมั่นถือมั่นดังปลาที่ติดอยู่ในข่าย
    • ผู้ศึกษาจะได้ทราบถึงผล ที่เกิดจากเหตุแห่งการมีทิฏฐิ ๖๒ ประการนี้
  • สุดท้ายแล้ว จึงทรงตรัสว่าตถาคตเป็นผู้ถอนตัณหาอันจะทาให้ติดอยู่ในภพได้แล้ว
    • ชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะหลุดพ้นจากข่ายแห่งความยึดมั่นถือมั่นนี้ ถือเป็นการปูทางก่อนที่จะเริ่มต้นศึกษาในหลักธรรมต่างๆ และเพื่อให้เข้าใจในเป้าหมายของพุทธศาสนา ซึ่งก็คือความหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง

ด้วยเหตุผลทั้งปวงที่ได้กล่าวมาดังนี้แล้ว จึงเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะนำพรหมชาลสูตรมาแสดงไว้เป็นพระสูตรแรกในพระสุตตันตปิฎก เพื่อเป็นการทั้งเปิดใจ และปูทางสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษาพระสูตร และหลักธรรมข้ออื่นๆต่อไป

 


        [๑] คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระไตรปิฎกศึกษา, (กรุงเทพมหานคร : ไทยรายวันการพิมพ์, ๒๕๕๓), หน้า ๒๗-๓๐.

        [๒] ดูรายละเอียดใน ที.สี. (ไทย) ๙/๑/๑.

About อัญชลี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>